Home Alone หนึ่งในคอมเมดี้คลาสสิกจากปี 1990 ที่ประสบความสำเร็จจนกลายเป็นหนังไตรภาค และแจ้งเกิด มาคอเลย์ คัลกิน (Macaulay Culkin) นักแสดงเด็กในวันนั้นจนดังเป็นพลุแตก หนังยังตอกย้ำความสำเร็จให้กับ จอห์น ฮิวจ์ ผู้อำนวยการสร้างเบอร์ต้น ๆ ของฮอลลีวูด ที่จับหนังเรื่องไหนไม่เคยพลาด เขาเป็นผู้สร้างหนังวัยรุ่นและหนังเด็กที่ขึ้นแท่นอมตะมากมายหลายเรื่องในยุค 80s อย่างเช่น National Lampoon’s Vacation (1983), The Breakfast Club (1985), Ferris Bueller’s Day Off (1986), Pretty in Pink (1986) แจ้งเกิดนักแสดงในวงการฮอลลีวูดมากมาย

ความสำเร็จของ Home Alone นี้ก็มาจากมันสมองของตัว จอห์น ฮิวจ์ นั่นเอง ที่เขาได้ไอเดียมาจากประสบการณ์ส่วนตัว ในวันที่เขากำลังง่วนกับการจัดกระเป๋าเพื่อไปพักผ่อนสุดสัปดาห์ เพื่อป้องกันไม่ให้ตัวเองลืมของสำคัญ ฮิวจ์จดบันทึกข้าวของที่เขาต้องใส่กระเป๋าเดินทางไปด้วย แล้วที่สำคัญเขาต้องไม่ลืมลูก ๆ ของตัวเอง มาถึงตรงนี้ล่ะ ที่ทำให้ฮิวจ์ย้อนคิดว่า…………… แล้วถ้าผมลืมลูกชายวัย 10 ขวบของผมทิ้งไว้ที่บ้านล่ะ จะเกิดอะไรขึ้น ด้วยความที่เป็นทั้งผู้อำนวยการสร้างและเป็นเขียนบทภาพยนตร์มือฉมังคนหนึ่ง ฮิวจ์รีบร่างบทคร่าว ๆ ขึ้นมาความยาว 8 หน้า ซึ่งได้พัฒนากลายเป็นบทภาพยนตร์เรื่องยาวในที่สุด เมื่อฮิวจ์จินตนาการต่อว่า เด็ก ๆ มักจะกลัวขโมยเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว แล้วถ้าหนูน้อยที่ต้องอยู่บ้านคนเดียวแล้วต้องรับมือกับโจรล่ะ จะเป็นอย่างไร
แม้ว่าคอหนังจะรู้กันดีว่า Home Alone คือทรัพย์สินมีค่าลำดับต้น ๆ ของฟอกซ์สตูดิโอ แต่ที่หลายคนอาจจะยังไม่รู้ว่า แรกเริ่มเดิมทีนั้น จอห์น ฮิวจ์ หอบหิ้วเอาโปรเจกต์นี้ไปเจรจากับวอร์เนอร์เป็นที่แรก และได้รับการอนุมัติสร้างแล้วด้วย เพราะฮิวจ์ดันไปสัญญิงสัญญากับผู้บริหารวอร์เนอร์ว่าเขาจะสร้าง Home Alone ให้สำเร็จเสร็จสิ้นภายในงบประมาณไม่เกิน 10 ล้านเหรียญ ด้วยตัวเลขที่ว่านี้ถือว่าน้อยกว่าทุนสร้างหนังทั่วไปในยุคเมื่อ 30 ปีที่แล้วเสียด้วยซ้ำ

แต่ว่านี่คือการทำงานของ จอห์น ฮิวจ์ ผู้อำนวยการสร้างที่มากประสบการณ์ในฮอลลีวูดคนหนึ่ง และต้องถือว่าเจ้าเล่ห์พอควรเลยล่ะ แม้จะรับปากกับวอร์เนอร์ไปว่า “ไม่เกิน 10 ล้านเหรียญ” แต่ในใจฮิวจ์ก็คาดการณ์ไว้แล้วว่า มันต้องเกินแน่ ๆ ฮิวจ์เลยดำเนินการแผนรองรับสถานการณ์ไว้ ด้วยการดอดไปเจรจากับฟอกซ์ไว้ก่อนที่หนัง Home Alone จะเปิดกล้องกับวอร์เนอร์ แถมยังแอบเอาบทภาพยนตร์ส่งไปให้ทางฟอกซ์ดูด้วย
แล้วผลก็ลงเอยตามที่ฮิวจ์คาดไว้ หลังจากเปิดกล้องได้ไม่นาน โปรเจกต์ก็บานปลายไปที่ 14.7 ล้านเหรียญเรียบร้อยแล้ว ทีมผู้บริหารวอร์เนอร์ไม่ยินดีกับตัวเลขนี้ ตัดงบทันทีลงมาอีก 1.2 ล้านเหรียญ ฮิวจ์ก็ยืนกรานที่ตัวเลขเดิม ส่งหนังสือทางการเพื่อโต้แย้งกับไปยังทีมบริหารว่า หนังของเขาจะไม่สามารถตัดงบใด ๆ ลงไปได้อีกแล้วจากตัวเลขที่นำเสนอไปล่าสุดนี้ แน่นอนว่าเมื่อโดนผู้อำนวยการสร้างเหิมเกริมลองดีแบบนี้ ทางสตูดิโอก็เลยใช้คำสั่งเด็ดขาด “ปิดกองถ่าย” ในวันรุ่งขึ้นทันที ไม่สร้งไม่สร้างมันแล้ว เหตุที่ฮิวจ์กล้าหักกับวอร์เนอร์แบบนี้ก็เพราะเขามีแผนสำรองอยู่แล้วนั่นเอง ปิดก็ปิดไป ฮิวจ์ก็อุ้มโปรเจต์ไปหาฟอกซ์ทันที และที่ฟอกซ์ก็ใจดี อนุมัติทุนสร้างมาให้ถึง 18 ล้านเหรียญ

พอมาอยู่ที่ฟอกซ์ ก็เริ่มต้นนับหนึ่งใหม่ ตั้งแต่การหาตัวผู้กำกับ ก็พอดีที่ คริส โคลัมบัส กำลังว่างอยู่พอดี หลังจากสร้างชื่อให้ตัวเองมาจาก Adventures in Babysitting (1987) โคลัมบัส ก็ได้ไปร่วมงานกับ เชวี่ เชส นักแสดงคอมเมดี้ชื่อดังในยุคนั้นกับโปรเจกต์ National Lampoon’s Christmas Vacation แต่แล้วโคลัมบัสก็ดันไปทะเลาะกับเชส เขาก็เลยถอนตัวจากโปรเจกต์ออกมา ฮิวจ์ก็เลยยื่นบท Home Alone ให้โคลัมบัสพิจารณา เขารับงานเพราะชอบมุกตลกในบทและบรรยากาศคริสต์มาสที่เป็นฉากหลังของเรื่องราว และโคลัมบัสยังทำหน้าที่แก้ไขบทภาพยนตร์ในเวอร์ชันล่าสุดที่ใช้ถ่ายทำจริงอีกด้วย

ด้วยทุนสร้างที่ 18 ล้านเหรียญ ที่ฟอกซ์ควักกระเป๋าออกมานั้น เพื่อแลกกับรายรับมหาศาลที่ 476 ล้านเหรียญ เรียกว่าทำกำไรไปไม่รู้กี่เท่า หนังตอกย้ำความสำเร็จให้กับ จอห์น ฮิวจ์ แจ้งเกิด มาคอเลย์ คัลกิน หนูน้อยที่น่ารักมาก ๆ ในวันนั้น ภาพหนูน้อยเอามือจับหน้าตัวเอง ทำหน้าเหวอนั้นกลายเป็นภาพในความทรงจำผู้คนไปทั่วโลกจวบจนทุกวันนี้ แม้ว่าหนังจะสานต่อมาถึงภาค 3 แต่ก็ไม่มีภาคไหนประสบความสำเร็จได้เท่าภาคแรกอีกเลย ส่วนผู้กำกับ คริส โคลัมบัส นั้นก็ตอกย้ำความสำเร็จกับ Mrs. Doubtfire (1993) และเป็นผู้ที่อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของ Harry Potter ด้วยการเป็นผู้กำกับภาค 1 และ 2 ของแฟรนไชส์

มองบทเรียนเรื่องนี้แล้วก็พอสรุปได้ว่า การสร้างหนังนี่ก็ต้องลุ้นต้องเสี่ยงดวงพอ ๆ กับซื้อหวยเลย คาดเดาไม่ได้ว่าเรื่องไหนจะฮิต เรื่องไหนจะเจ๊ง ทีมผู้บริหารวอร์เนอร์ก็ไม่คาดคิดหรอกว่าหนังเด็กเรื่องหนึ่ง ที่เอาเด็กโนเนมมารับบทนำเรื่องนี้จะกลายเป็นหนังฮิตระดับสร้างปรากฏการณ์ไปได้ รู้งี้ก็ยอมควักกระเป๋าเพิ่มให้อีก 5 ล้านเหรียญไปตั้งนานแล้ว
วันนี้เราสามารถย้อนชมความสนุกและน่ารักของ มาคอเลย์ คัลกิน ใน Home Alone ได้แล้วอีกครั้งทาง Disney+ Hotstar