ความพยายามควบรวมกิจการระหว่างฮอนด้า (Honda) และนิสสัน (Nissan) กลับมาเป็นประเด็นร้อนอีกครั้ง หลังจากมีรายงานว่า โทชิฮิโระ มิเบะ (Toshihiro Mibe) ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของฮอนด้า ยืนยันว่าการเจรจาจะดำเนินต่อได้ก็ต่อเมื่อ มาโกโตะ อุจิดะ (Makoto Uchida) ซีอีโอของนิสสัน ก้าวลงจากตำแหน่ง นับเป็นการเพิ่มแรงกดดันให้กับผู้บริหารนิสสันที่กำลังเผชิญวิกฤตอย่างหนัก

แหล่งข่าวจาก Financial Times ระบุว่า ความสัมพันธ์ระหว่างมิเบะและอุจิดะเสื่อมลงอย่างมาก หลังจากที่ซีอีโอของฮอนด้าได้เห็นสภาพการเงินของนิสสันที่ตกต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้ รวมถึงมิเบะเชื่อว่า อุจิดะมีส่วนสำคัญในการทำให้บริษัทเผชิญปัญหาเชิงโครงสร้าง และอาจไม่มีความสามารถเพียงพอในการฟื้นฟูนิสสันให้กลับมาแข็งแกร่ง ส่งผลให้การเจรจาควบรวมล่มลงเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา

ทำให้ฮอนด้าเห็นว่า การเปลี่ยนผู้นำของนิสสันเป็นเงื่อนไขสำคัญ ที่จะทำให้ข้อตกลงควบรวมสามารถเดินหน้าต่อไปได้ เนื่องจากฮอนด้าไม่มั่นใจในทิศทางของนิสสัน และอาจเสี่ยงต่อปัญหาทางการเงินที่สะสมมาจากการบริหารของเขา

อย่างไรก็ตาม ข่าวลือการลงทุนจากบริษัทเทสลา (Tesla) ที่อาจเข้าซื้อโรงงานของนิสสันในสหรัฐฯ ก็ทำให้สถานการณ์ซับซ้อนขึ้นอีก แต่มิซูโนะ (Hiromichi Mizuno) อดีตกรรมการของบริษัทเทสลา ได้ออกมาปฏิเสธผ่านแพลตฟอร์ม X (Twitter) ว่าเขา “ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใด ๆ” และเชื่อว่าเทสลาไม่น่าจะสนใจนิสสัน

นอกจากนี้ อีลอน มัสก์ (Elon Musk) ซีอีโอของเทสลา ยังยืนยันกับ The Guardian ว่า “บริษัทไม่ได้พิจารณาการลงทุนในนิสสัน” เป็นการปิดฉากข่าวลือที่แพร่สะพัดไปก่อนหน้านี้

รายงานจาก Fortune ชี้ว่า การเจรจาควบรวมระหว่างฮอนด้าและนิสสันยังไม่จบสิ้น และขึ้นอยู่กับอนาคตของอุจิดะที่กำลังเผชิญแรงกดดันให้ลาออก จากทั้งบอร์ดบริหารของนิสสันและพันธมิตรอย่างเรโนลต์ (Renault) โดยแหล่งข่าววงในเผยว่า บอร์ดบริหารของนิสสันได้เริ่มพูดคุยกันอย่างไม่เป็นทางการเกี่ยวกับช่วงเวลาที่เหมาะสมในการปลดเขาออกจากตำแหน่ง

ด้วยเงื่อนไขของฮอนด้าและแรงกดดันภายใน อุจิดะจะเลือกลาออกเพื่อให้ดีลเดินหน้าต่อ หรือจะพยายามรักษาตำแหน่งของตนเองไว้จนถึงปี 2026 ตามสัญญา นิสสันกำลังอยู่ท่ามกลางศึกใหญ่ที่อาจกำหนดอนาคตของบริษัท