Our score
7.5Nintendo World Championships NES Edition
จุดเด่น
- รวมฮิตเกมคลาสสิก 13 เกมมาให้เล่นแบบสั้น ๆ
- เล่นกับเพื่อนได้และสนุกกว่าเล่นคนเดียว
จุดสังเกต
- เหมาะกับแฟนเกมที่ชอบความคลาสสิกของปู่นิน
- โหมดเล่นคนเดียวเล่นไม่นานก็เบื่อ
-
กราฟิก
7.0
-
เกมเพลย์
8.0
-
ภาพรวม
7.5
-
ความคุ้มค่า
7.5
สำหรับเด็กหนวดที่ผ่านการเล่นเกมยุค 80S-90S คงจะเคยเล่นเครื่อง Famicom โฮมคอนโซลที่สามารถเปลี่ยนตลับเกมได้เครื่องแรกของปู่นินที่ประสบความสำเร็จมหาศาล ส่วนแฟนเกมชาวไทยคงคุ้นเคยกับชื่อ Famicom ในเวอร์ชันญี่ปุ่นมากกว่า เพราะในยุคนั้นคอนโซลจากอเมริกาไม่ได้มีการนำเข้ามาขายตามร้านเกมในยุคนั้น

แต่ในยุคปัจจุบันด้วยสื่อออนไลน์ทำให้ไม่ยากเลยที่จะไปหาประวัติของคอนโซล Famicom ในอเมริกาที่วางขายหลังจากออกเวอร์ชันญี่ปุ่น 2 ปี โดยเปิดตัวที่ USA ในปี 1985 ในชื่อ ‘Nintendo Entertainment System’ หรือเรียกย่อ ๆ ว่า NES และตามข้อมูลมันประสบความสำเร็จมากกว่าในบ้านเกิดอย่างญี่ปุ่นเสียอีก และด้วยยอดขายถล่มทลายแบบนี้ ทำให้ปู่นินคิดจะจัดงานแข่งขันวิดีโอเกมขึ้นมาเอง

โดยในปี 1990 ปู่นินได้จัดงาน ‘Nintendo World Championships’ ในอเมริกาที่ประสบความสำเร็จระดับตำนานจนถึงปัจจุบัน ไม่ใช่เพราะการแข่งขันแต่เป็นตลับเกม NES ที่ใช้แข่งจะถูกออกแบบมาเป็นพิเศษ สามารถปรับแต่งเงื่อนไขในการแข่งขันได้ และมีเกมให้เล่นหลายเกมแต่จะเป็นช่วงสั้น ๆ ตัดมาให้แข่งขันกันเท่านั้น และตลับเกมนั้นก็ได้กลายเป็นตำนาน

ซึ่งตลับเกม NES มี 2 ตลับคือที่ใช้แข่งขันซึ่งจะมีสีเทาเหมือนกับตลับทั่วไป ที่กลายเป็นของหายากที่มีราคาขายแพงถึง 3 แสนบาท ส่วนอีกตลับจะเป็นของที่ใช้แจกผ่านนิตยสาร Nintendo Power ที่เป็นตลับเกมสีทองที่มีราคาแพงกว่าเสียอีกเพราะมันหายากมาก ๆ จนเป็นที่มาของเกม ‘Nintendo World Championships NES Edition’ ที่หากซื้อแบบตลับเกมจะมีการแถมของที่ระลึกเป็นตลับเกมจำลองเหมือนกับรุ่นที่หายากด้วย

กราฟิกคือเกมรวมฮิต 8Bit
เกมแนวนี้ไม่บอกก็รู้ว่ามันคือการยกเอาอดีตอันหอมหวานของเด็กหนวดกลับมาใหม่ ทำให้ภาพในส่วนของเกมเพลย์หลักจะเป็นพิกเซล 8Bit เหมือนที่เราเคยเล่นในวัยเด็กโดยไม่ได้ปรับอะไรนัก แต่ก็มีการปรับความคมชัดให้เข้ากับทีวียุคใหม่ และเนื่องจากเป็นเกมที่ตัดเอาช่วงสั้น ๆ มาให้เล่น ดังนั้นความลื่นไหลจึงสำคัญมาก และเกมนี้ถือว่าทำออกมาได้ดี ทำให้การเล่นลื่นไหลไม่มีสะดุด

ส่วนระบบเมนูที่เหมือนผสมผสานความย้อนยุคกับเกมยุคใหม่ได้อย่างลงตัวอีก และตัวอักษรก็มีขนาดใหญ่ทำให้ดูง่าย ส่วนที่น่าสนใจที่เพลงประกอบที่เหมือนกับภาพที่ยกเอาของเดิมมาด้วยเช่นกัน ซึ่งล้วนเป็นตำนานของวงการเกมด้วยทำให้มีแต่เพลงดัง ๆ ที่อยู่ในใจคอเกมทั่วโลก เช่น เพลงธีมจากเกม ‘Super Mario Bros.’ หรือตำนานอย่าง ‘The Legend of Zelda’ เรียกว่าต้องประทับใจเด็กหนวดอย่างแน่นอน

เกมเพลย์รวมฮิตเกมคลาสสิกเพื่อทำลายสถิติ
อย่างที่บอกไปว่ามันคือการตัดเอาส่วนของเกมคลาสสิกดัง ๆ ในอดีตออกมาให้เล่นสั้น ๆ และมีเวลาให้เล่นเพียงไม่กี่วินาทีไปจนถึงหลักนาที เพื่อทำเวลาแข่งกัน เพื่อเก็บสถิติแบบเดียวกับที่ทำในงาน ‘Nintendo World Championships’ ทำให้รูปแบบการเล่นหลัก ๆ มันคือความคลาสสิกแบบ 8Bit บน NES (Famicom) ที่ขนเอาความคลาสสิกมามากถึง 13 เกม

โดยเกมขนมาทั้ง ‘Balloon Fight’, ‘Donkey Kong’, ‘Excitebike’, ‘Ice Climber’, ‘Kid Icarus’, ‘Kirby’s Adventure’ และตำนานอย่าง ‘Metroid’, ‘Super Mario Bros.’, ‘Super Mario Bros. 2’ ฉบับที่ขายในอเมริกา ตามด้วย ‘Super Mario Bros. 3’, ‘Super Mario Bros.: The Lost Levels’ ฉบับที่ขายในญี่ปุ่น และยังมี ‘The Legend of Zelda’ รวมทั้ง ‘Zelda II: The Adventure of Link’ มาให้เล่นด้วย

เล่นคนเดียวธรรมดา แต่เล่นหลายคนสนุกกว่า
โหมดหลัก ๆ ของเกมอย่างโหมด Speed Run จะเป็นการท้าทายให้ผู้เล่นทำตามภารกิจที่กำหนดที่มีทั้งง่ายดาย ยกตัวอย่างเช่นการบังคับ Mario ให้เก็บเห็ด Power Up ก็จะผ่านด่าน ไปจนถึงการต่อสู้กับบอสใหญ่อย่างคุปป้า และมีข้อกำหนดง่าย ๆ คือทำเวลาให้สั้นที่สุดเท่าที่จะทำได้ และหากทำได้ก็จะได้เหรียญทองไว้สะสมเพื่อปลดล็อกความท้าทายใหม่ ๆ และมีการเก็บสถิติไว้ดูด้วย

แต่หากคุณอยากท้าทายสถิติที่คุณทำกับผู้เล่นคนอื่นก็มีโหมดเล่นกับเพื่อนมาให้เล่น ที่มีทั้งแบบออฟไลน์ในโหมด party ที่เล่นได้สูงสุดถึง 8 คนพร้อมกันแบบแบ่งหน้าจอ และยังมาพร้อมโหมดออนไลน์ที่มาในชื่อ World Championships มาให้เลือกเล่นผ่านเกมเพลย์รูปแบบเดียวกับโหมดเล่นคนเดียว และยังมีโหมด Survival ที่เป็นการแข่งขันกับข้อมูล Ghost ของผู้เล่นคนอื่นเพื่อแข่งกันทำเวลาให้น้อยที่สุดก็จะชนะไป

แน่นอนว่าในส่วนของโหมดออนไลน์จะมีการนำสถิติมาเทียบกันเพื่อจัดอันดับด้วย ส่วนของแถมที่ได้จากการเล่นที่มีมาให้ผู้เล่นปลดล็อกคือเข็มกลัดรูปตัวละครของเกม Nintendo ที่มีมาให้ปลดล็อกเยอะมาก และยังมี Player Icons มาให้เลือกใช้งานที่เหมือนเป็นตัวแทนอวตารผู้เล่นที่ต้องใช้เหรียญทองเพื่อปลดล็อก

โดยรวมแล้ว ‘Nintendo World Championships NES Edition’ จะเป็นการตัดเอาฉากสั้น ๆ ของเกมในอดีตของ Nintendo มายำรวมกันเพื่อการแข่งขัน แต่หากคุณเป็นเด็กหนวดที่เคยเล่นมาตั้งแต่ยุคนั้น ถือว่าคือเครื่องย้อนเวลาให้คุณกลับไปเป็นเด็กน้อยอีกครั้ง และไม่แน่ว่าในอนาคตปู่นินน่าจะมีการเปิดการแข่งขันเกมด้วยการแข่งเกมนี้ก็เป็นไปได้ เรียกว่าจะมีไว้ฝึกฝีมือเพื่อเข้าร่วมการแข่งขันก็ถือว่าคุ้มค่า เพราะราคาซื้อแบบดาวน์โหลดก็ไม่ได้แพงอะไร