Our score
9.0

Xenoblade Chronicles X: Definitive Edition

จุดเด่น

  1. กราฟิกปรับให้ดูดีขึ้น เฟรมเรตลื่นไหล
  2. ระบบการเล่นสนุก ปรับให้เข้าใจง่ายขึ้น
  3. มีดาวดาวกว้าง ๆ ให้สำรวจ

จุดสังเกต

  1. การนำเสนอดูเชย เพราะเป็นเกมที่มีอายุ 10 ปีแล้ว
  • กราฟิก

    9.0

  • เกมเพลย์

    9.0

  • ความคุ้มค่า

    9.0

  • ภาพรวม

    9.0

เชื่อว่าในช่วงนี้แฟนปู่นินทั่วโลกคงจะสนใจการเปิดตัวของ Nintendo Switch 2 แต่ความจริงในช่างไตรมาสแรกของปีบน Switch รุ่นแรกเองก็มีเกมฟอร์มยักษ์ออกมาให้เล่นอยู่ ซึ่งเกมนั้นก็คือ Xenoblade Chronicles X Definitive Edition ออกวางขายแบบเงียบ ๆ ท่ามกลางเกม AAA จากค่ายอื่นทำให้มันอาจจะถูกลืมไปได้

เพราะว่า Xenoblade Chronicles X ไม่ใช่เกมใหม่แต่วางขายบน WiiU ตั้งแต่ปี 2015 แล้วทำให้ขาดความสดใหม่ไปบ้าง เพราะต้นฉบับก็ไม่ได้ประสบความสำเร็จมากมายอะไรนัก ไม่ใช่เพราะเกมไม่สนุกแต่เป็นเพราะคอนโซล WiiU ขายไม่ดี แต่หากมองในแง่ดีการกลับมาขายอีกรอบบน Switch เหมาะอย่างมากที่จะกลับมาเชิดฉายอีกครั้ง เพราะหากคุณเคยเล่นต้นฉบับมาก่อนคงจะรู้ว่ามันเป็นอีกภาคที่สนุกมาก ๆ

โดยเนื้อเรื่องใน Xenoblade Chronicles X จะเกิดในปี 2054 มนุษยชาติได้หลบหนีจากโลกเพราะโดนพวกต่างดาวรุกรานจนไม่สามารถอาศัยอยู่ได้ และยานของเหล่ามนุษย์ได้ลงจอดที่ดาว Mira ตัวเอกของเกม (ที่เราสร้างได้เอง) จะตกลงมาพร้อมยานช่วยชีวิตเพราะยานแม่โดนโจมตีระหว่างการลงจอดฉุกเฉิน และได้สูญเสียความทรงจำไป โดยเราจะได้เข้าร่วมกับ BLADE เพื่อสำรวจดาว Mira และต่อสู้กับพวกต่างดาวที่ยังคงตามมาเพื่อหมายจะทำลายมนุษย์ให้สิ้นซาก

กราฟิกปรับให้ดูดีขึ้นและดูไม่เชย

ภาพในเวอร์ชัน Xenoblade Chronicles X: Definitive Edition อาจจะไม่ได้ยกเครื่องใหม่หมดแบบที่เรียกว่ารีเมก เพราะมันยังอยู่ในระดับรีมาสเตอร์มากกว่า แต่โดยรวมคราวนี้ทีมงานทำออกมาดีกว่าที่คาดไว้มาก เพราะความคมชัดของตัวละครท้้งฝ่ายเราและศัตรูมีการปรับให้คมชัดมากขึ้น รวมทั้งฉากในเกมที่ดูดีขึ้นเพราะมีการปรับความละเอียดให้สูงขึ้นทำให้มันสามารถหยิบมาเล่นได้แบบไม่รู้สึกว่าเชย

นอกจากนี้เฟรมเรตยังปรับปรุงให้ลื่นไหลขึ้นด้วย และดีกว่าต้นฉบับบน WiiU มาก ๆ เพราะต่อให้เราเจอศัตรูมาเป็นกองทัพเฟรมเรตก็ไม่ร่วง นอกจากนี้เวลาโหลดยังเร็วขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ทำให้เราสามารถท่องไปในดวงดาว Mira ในรูปแบบ Open World ได้อย่างรวดเร็วกว่าเดิมมาก เรียกว่าโดยรวมทีมสร้างทำออกมาดีจนทำให้ไม่รู้สึกว่ามันเป็นเกมเก่าอายุ 10 ปีแล้ว

และที่ยังโดดเด่นเหมือนเดิมคือเพลงประกอบที่ได้ศิลปินระดับตำนานอย่าง ฮิโรยูกิ ซาวาโนะ (Hiroyuki Sawano) ผู้แต่งเพลงประกอบให้การ์ตูนและเกมดัง ๆ มากมายเช่น Attack on Titan และใน Xenoblade Chronicles X ถือว่าทำออกมาได้ยอดเยี่ยมไม่แพ้กัน เพราะมีเพลงธีมที่โดดเด่นติดหูอยู่มากมาย และช่วยเสริมให้การเล่นสนุกขึ้น โดยเฉพาะฉากต่อสู้ที่มาในแนวร็อกที่เร้าใจ ส่วนเสียงพากย์ก็มีการใส่เข้ามา แม้ว่าตัวเอกจะไม่มีบทพูดและการนำเสนอคัทซีนจะดูเชยไปหน่อย แต่โดยรวมถือว่ายังคงเล่นได้สนุกและไม่เชย

รูปแบบการเล่น RPG Open World ที่มีดาวทั้งดวงให้สำรวจ

เกมเพลย์หลัก ๆ คือแนว RPG แบบ Open World และฉากในเกมก็กว้างจริง ๆ เพราะเป็นดาวทั้งดวงไม่ใช่แค่เมือง แม้ว่าอาจจะไม่ได้มีรายละเอียดมากมายเท่ากับเกมยุคใหม่ แต่ก็มีการใส่ภูมิประเทศที่หลากหลายมากให้สำรวจ และสามารถเดินทางไปได้ทุกที่จริง ๆ นอกจากนี้เนื่องจากมันเป็นดาวเคระห์ดวงอื่นทำให้เราสามารถกระโดดลงมาจากที่สูงแค่ไหนก็ได้โดยที่เราจะไม่ได้รับบาดเจ็บ และยังมียานพาหนะมาให้ใช้งานด้วย ทำให้เชื่อว่าใครชอบสำรวจอะไรกว้าง ๆ ต้องชอบเกมนี้มากแน่

ต่อเนื่องด้วยกับระบบภารกิจที่เข้าใจง่าย เพราะมีการแบ่งชัดเจนด้วยสีของสัญลักษณ์ที่จะอยู่บนแผนที่และฉาก โดยจะมีทั้งภารกิจหลักที่ต้องทำเพื่อดำเนินเรื่องราวในเกม แต่จะไม่ได้มาง่าย ๆ ต้องทำตามเงื่อนไขเช่นต้องมีเลเวลตามที่กำหนดไว้ หรือต้องทำภารกิจย่อยให้ผ่านก่อน และการทำภารกิจมีความซับซ้อนมากกว่าแค่กำจัดศัตรู เราต้องสานสายสัมพันธ์กับเพื่อนร่วมทีมด้วย ซึ่งจุดนี้เวอร์ชัน Switch ได้ยกปรับเปลี่ยนระบบเมนูใหม่ทำให้การค้นหาและทำภาคกิจง่ายกว่าเวอร์ชัน WiiU มาก ถือเป็นข้อดีเพราะหากคุณเคยเล่นต้นฉบับจะรู้ว่าบางครั้งหากไม่อ่านและตีความก็ไม่รู้ว่าต้องไปทำอะไร แต่บน Switch ปรับให้เข้าใจง่ายกว่าเดิม

นอกจากนี้โลกกว้าง ๆ ที่เราต้องสำรวจจะมีภารกิจที่หลากหลายเช่นการขุดแร่หายาก และหาชิ้นส่วนของยานที่หายสาบสูญ และข่าวดีคือแม้ฉากจะกว้างมาก ๆ แต่เราสามารถใช้ระบบวาร์ปไปตามจุดต่าง ๆ ที่เคยไปมาแล้วได้ ทำให้การทำภารกิจได้รวดเร็วขึ้น และอย่างที่บอกว่าระยะเวลาการโหลดของเกมถูกปรับให้เร็วขึ้นยิ่งทำให้การเล่นภาคนี้ลื่นไหลมากกว่าเดิม นอกจากนี้ยังมีการปรับเปลี่ยนระบบนำทางใหม่ให้ดูง่ายขึ้นทำให้การทำภารกิจลื่นไหลขึ้นมาก

ระบบต่อสู้ยอดเยี่ยมมีรายละเอียดเยอะมาก

หากคุณเคยเล่นซีรีส์ Xenoblade มาก่อนก็ไม่ต้องอธิบายอะไรมากเพราะ Chronicles X ก็ใช้ระบบต่อสู้เดียวกัน โดยเป็น RPG ที่มีความเป็นแอ็กชันสูงเพราะเราจะสามารถบังคับตัวละครเดินไปสู้กับศัตรูในฉากได้ แต่จะไม่สามารถกดโจมตีได้โดยตรง ตัวละครของเราจะโจมตีแบบอัตโนมัติ และจะบังคับตัวละครได้แค่ตัวเดียว โดยสิ่งที่ผู้เล่นบังคับได้คือการใช้ท่าไม้ตายพิเศษที่ใช้ได้จำกัดเมื่อใช้แล้วต้องรอชาร์จพลังให้เต็มถึงจะใช้อีกรอบได้ และยังเสริมด้วยการกดปุ่มตามจังหวะซึ่งหากกดทันก็จะได้รับการเพิ่งค่าพลังด้วย ซึ่งแม้จะเป็นระบบที่เก่าแล้วแต่ยังสามารถเล่นได้สนุกไม่เชย และมีความเร็วสูงในการเล่น

นอกจากนี้ระบบอัปเกรดตัวละครยังใช้แบบเรียบง่ายเพราะใช้ระบบเลเวล และมีการใส่อาวุธที่มี 2 แบบคืออาวุธระยะประชิดและระยะไกล และยังมีชุดเกราะที่มีมาให้เลือกมากมาย ซึ่งจะแบ่งออกแบบ 2 แบบคือชุดเกราะที่จะเพิ่มค่าพลังจริง ๆ ซึ่งอาจจะมีปัญหาเพราะหากผู้เล่นไม่ชอบรูปร่างหน้าตามันแต่ก็ต้องใส่เพราะได้ค่าพลังสูง ทำให้มีการใส่ระบบเกราะที่จะอยู่ในฉากหลักของตัวเกมที่จะมีความสวยงามมากกว่า หรือผู้เล่นสามารถเปลี่ยนไปใส่ได้ตามความต้องการเช่นอยากให้ใส่ชุดว่ายน้ำก็สามารถทำได้ เรียกว่าเอาใจผู้เล่นทุกรูปแบบ

ส่วนระบบที่โดดเด่นของภาค Xenoblade Chronicles X คือหุ่นยนต์ที่เรียกว่า Skells ที่เราสามารถใช้งานเพื่อท่องไปทั่วดวงดาวด้วยความรวดเร็วมากเพราะมันสามารถแปลงร่างเป็นรถที่วิ่งได้เร็วรวมทั้งยังบินได้ด้วย และยังใช้ต่อสู้กับศัตรูสุดโหดที่ตัวใหญ่ระดับไคจูได้ด้วย โดยเราสามารถปรับแต่งหุ่นได้ตามใจชอบเพื่อเพิ่มค่าพลังได้ แน่นอนว่า Skells สามารถพังได้และราคาค่าซ่อมค่อนข้างแพงมากทำให้เราต้องระมัดระวัง อย่างไรก็ตามกว่าจะปลดล็อกออกมาใช้งานได้ก็แทบจะเป็นครึ่งหลังของเกมแล้ว แต่ก็เชื่อว่าพอเราได้หุ่นแล้วอาจจะสำรวจเพลินจนลืมทำภารกิจหลักได้เลย

โดยรวมแล้วการกลับมาของ Xenoblade Chronicles X: Definitive Edition มันยังคงเป็นหนึ่งในเกม RPG ที่ยอดเยี่ยมเหมือนต้นฉบับ แถมได้ปรับเปลี่ยนให้ดีกว่าเดิมทั้งกราฟิกที่สวยงามขึ้น เฟรมเรตดีขึ้น และการโหลดที่เร็วกว่าเดิมมาก ยิ่งทำให้ความดีงามของต้นฉบับเปล่งประกายออกมา จนกลายเป็นหนึ่งในเกม RPG ที่ยอดเยี่ยมที่สุดของ Nintendo ที่ไม่อยากให้พลาดไป