หูฟังแบบ True Wireless Stereo ของโซนี่ในตระกูล WF-1000X นั้นจริงจังเรื่องการตัดเสียงรบกวนมายาวนานนะครับ หลังจากที่ออก WF-1000XM4 ไปเมื่อ 2 ปีก่อน ก็ถึงเวลาของ WF-1000XM5 ที่นับเป็นรุ่นที่ 4 ของหูฟังซีรีส์นี้ครับ (นับเป็น 4 เพราะไม่มีรุ่น M2)

การปรับปรุงหลักของรุ่นนี้คือปรับปรุงชิปประมวลผลเป็น Sony V2 ที่ทำงานร่วมกับชิป Sony QN2e เพื่อประมวลผลเสียงรอบตัวที่รับมาจากไมโครโฟน 6 ตัว (ข้างละ 3 ตัว) มาคำนวณการตัดเสียงรบกวนภายนอกได้แม่นยำกว่าเดิม ตัดเสียงต่ำได้ดีกว่ารุ่นเดิมที่มีเพียงชิป V1 และไมโครโฟน 4 ตัว
นอกจากนี้ยังรองรับ Bluetooth Multipoint มาตั้งแต่แรก ทำให้สามารถเชื่อมอุปกรณ์พร้อมกันได้ 2 ตัว จึงสลับการใช้งานได้สะดวกขึ้น
ในส่วนของแบตเตอรี่สามารถใช้งานต่อเนื่องได้ 8 ชั่วโมง และชาร์จกับเคสรวมแล้วใช้งานได้ 24 ชั่วโมง และสามารถชาร์จ 3 นาที ก็ใช้ได้ 1 ชั่วโมง ซึ่งสามารถชาร์จไร้สายได้ด้วย
คุณภาพเสียง

ในส่วนของตัวขับเสียงก็ปรับปรุงขึ้น โดยโซนี่ตั้งชื่อไดรเวอร์ใหม่ว่า Dynamic Driver X ที่เคลมว่าให้เสียงได้หนักแน่นกว่าเดิม พร้อมเสียงร้องที่หวานขึ้น และรายละเอียดเสียงมากกว่าเดิม ซึ่งหูฟังรุ่นนี้ประมวลผลเสียงที่ระดับ 24-bit พร้อมเทคโนโลยี DSEE Extreme เพื่อสร้างอัปสเกลเสียง ธรรมดาให้กลายเป็นระดับ Hi-Res และรองรับ LDAC ให้ส่งสัญญาณเสียงคุณภาพสูงจากสมาร์ตโฟนที่รองรับได้ (ที่ไม่ใช่ iPhone) ซึ่งสามารถรองรับความถี่เสียงได้ 20 – 40,000 Hz
ใน Sony WF-1000XM5 ยังมีฟีเจอร์ Head-Tracking ทำให้ตำแหน่งของเสียงในหูฟังยังคงตำแหน่งเดิม แม้ว่าเราจะหันศีรษะไปมา ให้อารมณ์เหมือนฟังจากลำโพง นอกจากนี้ยังสามารถให้เสียง 3 มิติรอบทิศทางในแอปที่รองรับอย่าง Netflix, Youtube หรือ Tidal ได้ด้วย (ต้องใช้บนสมาร์ตโฟนที่ใช้ Android 13 ขึ้นไป) หรือใช้ร่วมกับอุปกรณ์เสริมอย่าง Sony WLA-NS7 เพื่อฟังเสียงไร้สายจากทีวี Sony Bravia ให้เป็นเสียง 3 มิติรอบทิศทาง
เรื่องการคุย

เพราะหูฟังในปัจจุบันเราใช้เพื่อการสนทนามากขึ้น ในหูฟังรุ่นนี้โซนี่ก็ปรับปรุงไมโครโฟนและการประมวลผลเสียงพูดให้ดีขึ้น โดยใช้ Deep Neural Network (DNN) ร่วมกับเซนเซอร์ bone conduction มาแยกเสียงพูดของเราออกจากเสียงแวดล้อม ทำให้เสียงพูดชัดขึ้น (ซึ่งต้องพิสูจน์ต่อไป)
ดีไซน์ตัวหูฟัง



ในรุ่นที่แล้วคือ WF-1000XM4 มักจะได้เสียงบ่นว่าไม่ใช่หูฟังที่เหมาะกับทุกคน เพราะตัวหูฟังเข้าไปอยู่ทั้งในรูหูและใบหู ทำให้หลายคนก็ใส่แล้วเจ็บหู โซนี่จึงได้ปรับปรุงให้ WF-1000XM5 มีขนาดเล็กลง 25% และเบาลง 20% ซึ่งก็น่าจะทำให้ตัวหูฟังเสียดสีกับใบหูน้อยลง ทำให้ใส่สบายขึ้น และทำให้เคสหูฟังมีขนาดเล็กลงด้วย
ส่วนตัวจุกหูฟังนั้นเป็นโฟมแบบพิเศษคล้าย ๆ รุ่นเดิม แต่ดีไซน์ให้ใส่สบายขึ้น โดยในชุดจะมีจุกหูฟังมาด้วย 4 ขนาด
ราคา

Sony WF-1000XM5 เปิดตัวที่ราคา $299 เท่ากับรุ่นที่แล้ว ซึ่งก็น่าคาดการณ์ราคาไทยว่าคงไม่ต่างจากรุ่นที่แล้ว (รุ่น WF-1000XM4 เปิดตัวที่ราคา 8,990 บาท) โดยมี 2 สีให้เลือกคือขาวและดำ ซึ่งรอประกาศต่อไปว่าจะขายในไทยเมื่อไหร่ และราคาเท่าไหร่ครับ
พิสูจน์อักษร : สุชยา เกษจำรัส