จากเหตุการณ์แผ่นดินไหวเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ในกรุงเทพฯ มีตึกที่ถล่ม และหลายตึกเกิดความเสียหายมากมาย แต่นอกเหนือจากความเสียหายของตึกก็คือเหล่าคนที่สูญหายจากเหตุการณ์นี้ ไม่ว่าจะด้วยการกดทับของซากตึกหรืออะไรก็ตามแต่ ในวันนี้ BTbeartai จะพามาทำความรู้จักกับเทคโนโลยีตามหาคนในซากแผ่นดินไหว ว่าในสถานการณ์ฉุกเฉินและอันตรายแบบนี้ มีเทคโนโลยีหรือแอปพลิเคชันตัวไหนที่สามารถนำมาใช้ตามหาคนสูญหายได้บ้าง

  1. LiDAR (Light detection and ranging) : เทคโนโลยีตัวนี้จะวัดระยะทางและเป้าหมายโดยการใช้แสงเลเซอร์ นำมาสร้างรูป 3 มิติ โดยสามารถติดตั้งบนโดรนหรือยานพาหนะอื่น ๆ เพื่อสำรวจพื้นที่ที่เจ้าหน้าที่กู้ภัยไม่สามารถเข้าถึงได้ เช่น ป่า เขา หรือซากปรักหักพัง
  2. FINDER เทคโนโลยีตรวจจับสัญญาณชีพ : เครื่องมือเรดาร์ค้นหาแบบพกพาอย่าง FINDER (Finding Individuals for Disaster and Emergency Response) ของ NASA พัฒนามาเพื่อตรวจจับสัญญาณชีพของผู้รอดชีวิตที่ติดอยู่ใต้ซากปรักหักพังได้ โดยส่งคลื่นไมโครเวฟไปตรวจจับการเต้นของหัวใจและการหายใจ
  3. เทคโนโลยีโดรน : โดรนสามารถบินสำรวจพื้นที่กว้างขวางได้อย่างรวดเร็ว และเข้าถึงพื้นที่ที่เข้าถึงยากได้ โดรนที่ติดตั้งกล้องถ่ายภาพความร้อนสามารถตรวจจับความร้อนจากร่างกายมนุษย์ได้ ทำให้สามารถค้นหาผู้รอดชีวิตได้แม้ในสภาพแสงน้อยหรือมีสิ่งกีดขวาง
  4. Thermal Camera : กล้องถ่ายภาพความร้อน อีกหนึ่งเครื่องมือวัดอุณหภูมิที่ผิวของวัตถุ ทำงานโดยอาศัยหลักการแผ่รังสีอินฟราเรด (Infrared radiation) ที่ออกมาจากวัตถุ ทำให้สามารถระบุบุคคลหรือสัตว์ในสภาพแสงน้อย หรือในที่มืด หรือพื้นที่อันตรายได้
  5. IronDog : สุนัขโรบอตที่รวมเทคโนโลยีทั้งหมดที่จำเป็นสำหรับตามหาคนใต้ซากแผ่นดินไหว ทั้ง LiDAR, Thermal camera, AI, Body Tracking, Remote Operation และที่สำคัญคือความคล่องแคล่วที่สามารถไปได้ทุกซอกทุกมุม ช่วยตัดทุกปัญหาที่สามารถพบเจอได้ระหว่างดำเนินงาน

ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า ในสถานการณ์ฉุกเฉินและอันตรายแบบนี้ เทคโนโลยีนั้นมีบทบาทที่สำคัญมากในการเพิ่มประสิทธิภาพเพื่อค้นหาคนที่สูญหาย เพราะนอกเหนือจากทำให้การทำงานมีความแม่นยำและรวดเร็ว แล้ว ยังช่วยประหยัดแรงไปได้เยอะ