ในยุคที่ AI เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวัน ที่สร้างทั้งความสะดวกสบาย ช่วยให้ข้อมูลในด้านต่าง ๆ ได้ แต่ความล้ำหน้านี้ก็ได้พาภัยไซเบอร์มาเช่นกัน มิจฉาชีพเห็นจุดนี้จึงทำงานกันไม่หยุดหย่อน หยิบใช้ทุกกลยุทธ์ออนไลน์มาหลอกเอาเงินผู้คน เพราะงานและเงินหายาก ทำให้ผู้คนเลือกที่จะทำทุกวิธีเพื่อที่จะหาเงิน
เมื่อมีคนมาชักชวนผ่านช่องทางใด ๆ ที่ดูน่าจะไปได้ดี ก็ทำให้โดนมิจฉาชีพหลอกได้ บางคนโดนหลอกเป็นล้านก็ยังมี ปัจจุบันนี้มีมาตรการป้องกันก็จริง แต่ก็ยังมีผู้คนโดนก่อกวนจากเหล่ามิจจี้อยู่ วันนี้จึงรวบรวมสถิติของมิจฉาชีพออนไลน์ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมานี้ ว่ามักจะใช้มุกอะไรหลอกคน และเรื่องอะไรบ้างที่ผู้คนมักโดนหลอกบ่อยที่สุด
คนไทยโดนมิจฉาชีพออนไลน์หลอกเรื่องอะไรมากสุด ?
จากข้อมูลของศูนย์บริการการรับแจ้งความออนไลน์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เผยสถิติตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2565 ถึง 31 ธันวาคม 2567 มีการแจ้งความคดีออนไลน์รวมกันถึง 773,118 เรื่อง คิดเป็นมูลค่าความเสียหายรวมกว่า 79,569,412,608 บาท หรือเฉลี่ยวันละ 77 ล้านบาท

ใครคือเหยื่อ ?
- ส่วนใหญ่เป็นผู้หญิง (64%) มากกว่าผู้ชาย (36%)
- กลุ่มอายุที่ตกเป็นเหยื่อมากที่สุดคือ 31-40 ปี (29.54%) รองลงมาคือ 41-50 ปี (20.68%) และ 25-30 ปี (17.09%)
คดีออนไลน์เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง
- จากเดิมในปี 2565 มีการแจ้งความเฉลี่ยเดือนละ 13,591 เรื่อง
- เพิ่มเป็น 19,775 เรื่องต่อเดือนในปี 2566
- เพิ่มเป็น 34,678 เรื่องต่อเดือนในปี 2567
ความเสียหายทางการเงิน
- มิจฉาชีพหลอกลวงเงินไปแล้วกว่า 45,106,725,729 บาท
- เจ้าหน้าที่สามารถอายัดเงินไว้ได้ 8,784,468,399 บาท (19.47% ของความเสียหายทั้งหมด)
จากรายงานของ Whoscall ตรวจพบว่า สายโทรศัพท์และข้อความ SMS หลอกลวงสูงถึง 168 ล้านครั้ง เพิ่มขึ้นกว่า 112% จาก 79.2 ล้านครั้งในปี 2566 และถือเป็นยอดที่สูงสุดในรอบ 5 ปีของประเทศไทย ในส่วนของจำนวนการโทรหลอกลวงเพิ่มขึ้นเป็น 38 ล้านครั้ง จาก 20.8 ล้านครั้งในปี 2566 ขณะที่จำนวนข้อความ SMS หลอกลวงพุ่งสูงถึงเกือบ 130 ล้านครั้ง จาก 58.3 ล้านครั้งในปี 2566 กลโกงที่พบมากที่สุด ได้แก่ การหลอกขายบริการและสินค้าปลอม การแอบอ้างตัวเป็นหน่วยงาน และหลอกว่ามีเงินกู้อนุมัติง่าย การหลอกทวงเงิน การหลอกว่าเป็นหนี้
มุก SMS ที่ใช้หลอกลวงอยู่บ่อย ๆ
ข้อความ SMS หลอกลวงที่แนบลิงก์ฟิชชิง เช่น ข้อความ SMS ที่หลอกให้กู้เงิน และโฆษณาการพนัน ยังคงพบมากที่สุด นอกจากนี้กลุ่มมิจฉาชีพยังเปลี่ยนกลยุทธ์มาแอบอ้างหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชนมากขึ้น เช่น แอบอ้างเป็นบริการจัดส่งสินค้า รวมไปถึงการปลอมเป็นหน่วยงานสาธารณูปโภค เพื่อส่งข้อความชวนเชื่อที่สอดคล้องกับนโยบายของภาครัฐเกี่ยวกับมาตรการลดค่าไฟฟ้า คืนค่าประกันมิเตอร์ไฟฟ้า มาตรการคนละครึ่ง และดิจิทัลวอลเล็ต เป็นต้น
สุดท้ายปัญหาของภัยไซเบอร์และเหล่ามิจฉาชีพออนไลน์จะไปจบลงที่ไหน จะมีมาตรการและข้อระวังอย่างไรบ้างเพื่อไม่ให้โดนหลอก ต้องรอติดตามกันต่อไปค่ะ