สำนักข่าวเคซีเอ็นเอภายใต้การกำกับดูแลของรัฐบาลเกาหลีเหนือ รายงานว่า คิม จองอึน ผู้นำสูงสุดของเกาหลีเหนือได้เข้าเยี่ยมชมการทดสอบโดรนพลีชีพที่ควบคุมด้วยเอไอ และโดรนลาดตระเวนหรือสอดแนมทางทหารที่มีความสามารถในการติดตามเป้าหมายเชิงยุทธศาสตร์ และกิจกรรมของศัตรูทั้งบนบกและในทะเล ในงานวิจัยด้านวิทยาศาสตร์กลาโหมของเกาหลีเหนือ ซึ่งคิมเผยว่าเกาหลีเหนือให้ความสำคัญในด้านยานไร้คนขับและเอไออย่างสูงสุด เพื่อปรับปรุงให้กองทัพทันสมัยตามเทรนด์สงครามยุคใหม่ที่เน้นการใช้โดรนอัจฉริยะเพิ่มมากขึ้น
อัลบั้มภาพของเคซีเอ็นเอแสดงให้เห็นภาพโดรนแบบปีกคงที่ ได้บินพุ่งเข้าโจมตีเป้าหมายที่มีรูปลักษณ์เป็นรถถังและได้ระเบิดทำลายตัวเองพร้อมเป้าหมาย ซึ่งเรียกว่า โดรนพลีชีพ (Suicide Drones) กำลังได้รับความนิยม เพราะมีราคาถูกกว่าขีปนาวุธและเครื่องบินรบอย่างมาก ซึ่งมักใช้ในพื้นที่ที่ระบบป้องกันทางอากาศไม่เข้มงวดนัก พบการใช้งาน เช่น สงครามนากอร์โน – คาราบัค (2020) และสงครามรัสเซีย – ยูเครน ซึ่งรัสเซียใช้โดรน Shahed-136 ของอิหร่านโจมตีโครงสร้างพื้นฐานของยูเครน (2022 – 2025)
ในงานนี้คิมได้เดินตรวจดูอุปกรณ์ต่าง ๆ ที่พัฒนาขึ้นมาใหม่เพื่อเสริมประสิทธิภาพให้กับระบบลาดตระเวน การรวบรวมข่าวกรอง และระบบรบกวนและโจมตีทางอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อต้องการเพิ่มขีดความสามารถให้กับกองทัพเกาหลีเหนือ
นอกจากนี้ ผู้นำเกาหลีเหนือยังได้เปิดตัวเครื่องบินแจ้งเตือนทางอากาศเป็นครั้งแรก ซึ่งเป็นการปรับปรุงระบบป้องกันภัยทางอากาศของประเทศที่ล้าสมัยให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ซึ่งจากรูปแสดงให้เห็นว่ามีรูปโฉมคล้ายกับ RQ-4 Global Hawk ของสหรัฐฯ ที่ใช้ในการบินสอดแนมในระดับสูง

เกาหลีเหนือเป็นประเทศที่มีอาวุธนิวเคลียร์และได้ให้ความสำคัญในการพัฒนาอาวุธมาโดยตลอด ได้แก่ ขีปนาวุธข้ามทวีป ขีปนาวุธยิงจากเรือดำน้ำ ขีปนาวุธพิสัยใกล้และพิสัยกลาง ขีปนาวุธไฮเปอร์โซนิก เรือดำน้ำพลังงานนิวเคลียร์ ระบบขีปนาวุธต่อต้านอากาศยาน และบุคลากรสงครามไซเบอร์ประมาณ 6,800 คน นอกจากนี้ได้มีการส่งทหารเกาหลีเหนือพร้อมขีปนาวุธไปช่วยรัสเซียรบกับยูเครนด้วย ซึ่งคาดกันว่าได้รับการถ่ายทอดเทคโนโลยีขั้นสูงจากรัสเซีย เช่น ขีปนาวุธข้ามทวีป เรือดำน้ำพลังงานนิวเคลียร์ และดาวเทียม