ไม่กี่วันที่ผ่านมา แซม อัลต์แมน (Sam Altman) ซีอีโอของ OpenAI โพสต์บน X (Twitter) เผยว่าบริษัทจะเปิดตัวโมเดลเอไอใหม่ในแบบ Open-Weight ซึ่งเป็นโมเดลภาษาที่สามารถตอบคำถามและให้เหตุผล ที่โอเพนโมเดลให้นักพัฒนาสามารถนำไปปรับแต่งใช้งานให้เข้ากับแอปฯ หรือผลิตภัณฑ์ที่ต้องการ พร้อมด้วยไฟล์ที่มีค่า Weights ของโมเดล ซึ่งช่วยให้ปรับแต่งโมเดลเอไอเข้ากับชุดข้อมูลใหม่ได้ดีนั่นเอง ทั้งนี้จะปล่อยออกมาในช่วงฤดูร้อนหรือกลางปี 2025
OpenAI ได้ก่อตั้งขึ้นในปี 2015 เพื่อพัฒนา AGI ที่ปลอดภัย โปร่งใส และเป็นประโยชน์ต่อมนุษยชาติ ซึ่งน่าจะเปิดโมเดลให้ถูกนำไปปรับใช้เป็นประโยชน์ในงานด้านต่าง ๆ อย่างแพร่หลาย แต่หลัง ๆ กลับปรับองค์กรเป็นแบบปิดมุ่งเน้นไปทางธุรกิจ โดยอ้างว่าจากการแข่งขันถ้าจะเอาชนะคู่แข่งก็ต้องใช้เงินทุนที่สูง แต่หลังจาก Meta ได้ปล่อย Llama และ DeepSeek ได้ปล่อย R1 ซึ่งเป็นโมเดลเอไอแบบ Open-Weight ทาง OpenAI ก็อยากจะโอเพนกับเขาบ้าง ทั้งนี้อัลต์แมนเผยว่า คิดจะเปิดมาสักพักแล้ว และตอนนี้เริ่มรู้สึกว่ามันต้องทำแล้ว
ปกติโมเดลของ OpenAI จะใช้งานได้ผ่านแชตบอตและเข้าไปปรับใช้ผ่านคลาวด์ ซึ่งต่างจากโมเดล Open-Weight อย่าง Llama และ R1 ที่สามารถดาวน์โหลดนำมาปรับใช้ได้ฟรี และมีไฟล์ค่า Weight ที่ใช้ปรับความสัมพันธ์ในโครงข่ายประสาทเทียมให้โมเดลคาดเดาคำตอบได้อย่างแม่นยำ ซึ่งนักพัฒนาสามารถโหลด Weight ไปปรับแต่งโมเดลให้เข้ากับการฝึกชุดข้อมูลใหม่ เช่น นำไปฝึกการคัดกรองวัตถุระเบิด หรือการคัดกรองเซลล์มะเร็ง ซึ่งจะช่วยให้สามารถสร้างโมเดลของตัวเองในราคาที่ถูก และปลอดภัย คือข้อมูลสำคัญไม่รั่วไหล เช่น ข้อมูลของลูกค้า ถ้าหลุดออกไปก็อาจโดนฟ้องร้องได้
เคลมองต์ เดอลอง (Clément Delangue) ผู้ก่อตั้งร่วมและซีอีโอของ Hugging Face แพลตฟอร์มสำหรับโฮสต์โมเดลเอไอเผยว่า เพราะ DeepSeek จึงทำให้ทุกคนได้รู้จักกับพลังหรือประโยชน์ของโมเดล Open-Weight นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ฝ่ายเทคนิคของ OpenAI เผยว่าโมเดล Open-Weight ที่จะปล่อยในปีนี้จะสามารถโหลดมารันบนเครื่องของเราเองได้
การปล่อยโมเดล Open-Weight ของ OpenAI จะช่วยให้บริษัทได้รับการยอมรับจากชุมชนและนักพัฒนาในสายเอไอมากขึ้น แต่ทั้งนี้ก็มีเสียงจากนักวิจัยด้านความปลอดภัย ได้ออกมาท้วงติงเรื่องความปลอดภัยว่า อาจมีการนำไปปรับใช้สำหรับการก่ออาชญากรรม การโจมตีทางไซเบอร์ หรือการพัฒนาอาวุธชีวภาพ