หลังจากที่ประสบความสำเร็จกับ realme GT Series ที่เกิดมาเพื่อฆ่ามือถือเรือธง และมือถือ Realme C75 ที่มาพร้อมกับความทนทานขนาดที่ลงน้ำเย็น-น้ำร้อนแล้วยังไม่เป็นอะไร ล่าสุดกลับมาเปิดตัวมือถือเกมมิงราคาย่อมเยาอย่าง realme 14 Series 5G พร้อมเผยราคาเรียบร้อยแล้ว โดย realme 14 5G 12+256 GB จะเริ่มที่ 11,999 บาท และสำหรับ 12+512 GB จะเริ่มที่ 13,999 บาท แต่หากซื้อผ่าน Operator จะเริ่มต้นเพียง 7,099 บาท สำหรับรุ่น 12+256 GB และราคา 8,899 บาท สำหรับ 12+512 GB และเปิดตัวมาพร้อมกับรุ่นโปรอย่างรุ่น realme 14 Pro 5G (8+128 GB) เริ่มที่ 14,999 บาท

realme 14 5G x Freefire : นวัตกรรมมือถือเพื่อคนเล่นเกมโดยเฉพาะ

ความพิเศษของ realme 14 5G คือเป็นมือถือรุ่นแรกของโลกที่ใช้ชิปเซต Snapdragon 6 Gen 4 ที่ผลิตแบบ 4 nm. ทำคะแนนจาก AnTuTu ได้สูงถึง 810,000 คะแนน พร้อมกับ Dynamic RAM ที่ปรับเพิ่มได้สูงสุด 26 GB และพื้นที่เก็บข้อมูลสูงสุด 512 GB ด้านแบตเตอรี่ก็มีความจุ 6,000 mAh ที่เล่นเกม Free Fire ได้สูงสุด 10.5 ชั่วโมง หรือเล่น Social ได้สูงสุด 16.5 ชม. แถมรองรับการชาร์จไวแบบ Bypass Charging 45W

ด้านระบบระบายความร้อนก็มีการอัปเกรดมาใช้เป็น Bionic Cooling System VC ขนาด 6050 mm พร้อมกับ HyperTherm Graphite ซึ่งทาง realme เคลมว่าดีกว่าคู่แข่งในระดับเดียวกัน 1-2 องศา

สเปกจอก็เป็นแบบ AMOLED ที่ให้สีสันคมชัด กับความลื่นไหล 120 Hz คู่กับความสว่าง 2,000 Nits ที่เหมาะกับการเล่นเกม ทำให้สามารถปรับแบบ 90 FPS ได้หลายเกม และสามารถปรับได้สูงสุด 120 FPS ในเกมยอดฮิตอย่าง Free Fire ส่วนลำโพงก็เป็นระบบ Stereo ที่แยกแยะเสียง ซ้าย-ขวา ได้อย่างชัดเจน

นอกจากนี้ยังมีการผสมผสานเทคโนโลยีอย่าง AI มาเพิ่มประสิทธิภาพการเล่นเกมทั้งในส่วนของฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ให้ดีขึ้น ในซอฟต์แวร์ก็จะมี GT Boost Mode ที่ช่วยเสริมสมรรถนะในการควบคุมให้สะดวก, AI Ultra Touch ที่ช่วยตอบสนองการสัมผัสหน้าจอได้ดีขึ้น 17%, GT Mode ที่ปรับแต่งการทำงานของ CPU และ GPU ได้ตามต้องการ ทำให้สามารถเล่นหลาย ๆ เกมได้แบบ 90 FPS และสามารถไปถึงได้ 120 FPS ซึ่งทาง realme มั่นใจว่านี่เป็นมือถือแค่ไม่กี่รุ่นที่ทำได้

ด้านฮาร์ดแวร์ก็จะใช้ AI ในส่วนของกล้องหลัก 50 MP ที่มีฟีเจอร์ AI ที่ช่วยให้การถ่ายภาพง่ายขึ้น เช่น AI Snap Mode สำหรับการถ่ายเร็ว, ​AI Eraser สำหรับลบสิ่งที่ไม่ต้อการภายในภาพ,​​ AI Clear Face ที่ช่วยปรับภาพที่ถ่ายมาเบลอให้กลับมาคมชัด ด้านระบบกันสั่น รวมถึงฟีเจอร์ AI อื่น ๆ เช่น การปรับภาพ หรือการถอดเทปออกมาเป็นตัวอักษร หรือการค้นหาสิ่งที่ต้องการด้วยการวง นอกจากนี้ยังมีการใส่ระบบกันสั่น OIS (Optical Image Stabilization) ที่ทำงานร่วมกับ AI ทำให้ถ่ายวิดีโอได้นิ่งมากขึ้น

สำหรับดีไซน์ก็ดูมีความน่าสนใจกว่าเดิม เพราะใช้ดีไซน์แบบ Mecha ลวดลายเหมือนหุ่นยนต์ ด้วยเทคนิคการทำลายเส้น Nanoscale Lithography ตัดด้วย Flaming Orange ที่ฝาหลังและปุ่ม Power สีส้ม ส่วนสีก็มีให้เลือก 3 สีคือ Mecha Silver, Storm Titanium, Warrior Pink พร้อมมีกิมมิกพิเศษตรงแฟลช Victory Halo Light ที่จะส่องสว่างเมื่อคุณชนะ รวมถึงการใช้งานรูปแบบอื่น ๆ เช่น การชาร์จ การแจ้งเตือน นอกจากนี้ยังกันน้ำแบบ IP69 ที่สูงที่สุดในระดับ Mid-range ในตอนนี้

นอกจากนี้ ทาง realme ก็ยังได้ร่วมมือกับ Free Fire เกมยอดฮิตของวัยรุ่นชาวไทย โดยได้ทีม Bacon Time เข้ามาเป็นพรีเซนเตอร์ในการจัดการแข่งขัน realme CUP 2025 ที่จะจัดการแข่งขันทั่วประเทศ โดยจะจัดที่จังหวัด เชียงใหม่ (19 เม.ย.), ขอนแก่น (26 เม.ย.), กรุงเทพฯ (3 พ.ค.) และหาดใหญ่ (10 พ.ค.)

realme 14 Pro 5G

realme 14 Pro 5G (12+512 GB) ถือเป็นสมาร์ตโฟนอีกหนึ่งรุ่นที่มีจุดเด่นในส่วนของดีไซน์ฝาหลังที่สามารถเปลี่ยนสีตามอุณหภูมิได้ หากใช้งานทั่วไปจะเป็นสีเทานวล (ตามคอนเซปต์ Unique pearl design) แต่ถ้าโดนอากาศเย็นก็จะเปลี่ยนเป็นสีน้ำเงิน มาพร้อมแบตเตอรี่ใหญ่พิเศษ 6,000 mAh ระบบกันน้ำสูงสุดถึง IP69 (มาตรฐานโดนน้ำได้ปกติอยู่ที่ IP66) ที่สำคัญความเด็ดคือตัวชิปเซต Dimensity 7300 Energy 5G ให้ประสิทธิภาพสูงสุด และช่วยประหยัดพลังงาน

มากไปกว่านี้สำหรับสายถ่ายรูป สิ่งที่พลาดไม่ได้เลยคือนวัตกรรม MagicGlow Triple Flash แฟลชสามตัวที่จะช่วยให้การถ่ายภาพชัดเจนมากขึ้นกว่าเดิม ไม่ว่าจะเป็นถ่ายรูปตอนกลางคืน หรือจะถ่ายใต้น้ำ ฟีเจอร์นี้ถือว่าออกแบบมาอย่างไร้ที่ติ เปิดตัวฟีเจอร์มาเด็ดดวงขนาดนี้ ในแง่ของความทนทานรุ่นนี้ก็ยังได้ผ่านมาตรฐานระดับ GUV มาแล้ว

สำหรับราคา realme 14 Series (5G) มาในราคาเริ่มต้น 14,999 บาท ซึ่งจะเริ่มวางจำหน่ายตั้งแต่วันที่ 4 เมษายน 2568 พร้อมกันทั่วประเทศ แต่สำหรับใครที่ต้องการพรีออร์เดอร์สามารถเริ่มทำได้ตั้งแต่วันที่ 27 มีนาคมนี้ ซึ่งสำหรับคนที่พรีออร์เดอร์ในช่วงแรกจะมีโปรโมชันของแถมมากมายรวมมูลค่ากว่า 7,000 บาท

realme Buds T200 Lite

อีกหนึ่งสินค้าที่พลาดไม่ได้สำหรับสาย Gadget รอบนี้ realme ก็เปิดตัวมาพร้อมกับ realme Buds T200 Lite หูฟังไร้สายที่ราคาเพียง 999 บาทเท่านั้น ด้วยราคาที่ถูกขนาดนี้แต่คุณภาพที่การันตีแบบ Top bass เพิ่มประสบการณ์การใช้งานร่วมกับมือถืออย่างไร้ขีดจำกัด ทั้งยังมีการผสมผสาน Al Deep รุ่นใหม่ ด้วยอัลกอริทึม DNN AI ช่วยแยกเสียงมนุษย์ออกจากเสียงรบกวนมาพร้อมเทคโนโลยี Beamforming ช่วยกรองเสียงรบกวนจากสภาพแวดล้อม โดยติดตั้งไมโครโฟน 2 ตัว ให้ทำงานพร้อมกัน โดยจะเริ่มวางขายตั้งแต่วันที่ 4 เมษายน 2568 และสามารถพรีออร์เดอร์ได้ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปเช่นกัน