Our score
9.1

Intel Core Ultra 9 285K

นี่คือซีพียูไลน์อัปใหม่จาก Intel ที่เปลี่ยนสถาปัตยกรรมมาเป็น Arrow Lake ด้วยการใส่ NPU เข้ามาเพื่อรองรับการใช้งานฟีเจอร์ AI ใหม่ ๆ ที่ได้รับความนิยมสูงขึ้นเรื่อย ๆ แต่ด้วยความที่เป็นซีพียูไลน์อัปใหม่ในฝั่งเดกส์ท็อปจึงมีบางจุดที่ยังทำได้ไม่ดีเท่าไร แต่ในภาพรวมก็ยังถือว่าเป็นซีพียูที่น่าสนใจ

จุดเด่น

  1. มี NPU เพื่องาน AI โดยเฉพาะ
  2. กินไฟน้อย
  3. ความร้อนไม่เยอะ
  4. ราคาขายแนะนำเท่าเดิม

จุดสังเกต

  1. ประสิทธิภาพไม่ได้ห่างจากรุ่นก่อน
  2. รองรับแรม และเมนบอร์ดรุ่นใหม่
  • ประสิทธิภาพ

    9.0

  • ความสามารถ AI

    8.5

  • การเล่นเกม

    8.5

  • การทำงาน

    9.0

  • ความประหยัดไฟ

    10.0

  • ความร้อน

    9.5

  • ความคุ้มค่า

    9.0

Intel Core Ultra 200S เป็นซีพียูที่ทาง Intel ตั้งใจให้เป็นจุดเริ่มต้นของซีพียูเดกส์ท็อป (Desktop) ยุคสมัยใหม่ ด้วยการเปลี่ยนสถาปัตยกรรมใหม่มาเป็น Arrow Lake พร้อมเพิ่ม NPU (Neural Processing Unit) เข้ามาเพิ่มประสิทธิภาพด้านไอเอ (​AI : Artificial Intelligence) และการประหยัดไฟ อีกทั้งยังเปลี่ยนการ์ดจอในตัวมาใช้เป็น Intel Xe-LPG ที่ใช้เล่นเกมออนไลน์ได้ในระดับหนึ่ง ซึ่งทาง bt.in.th ก็ได้รับ Core Ultra 9 285K มาทดลองใช้งานอยู่สักพักใหญ่ เลยมาสรุปให้อ่านกันในบทความนี้

เทียบสเปก

Intel Core
Ultra 9 285K
Intel Core
i9-14900K
ArchitectureArrow Lake
Lion Cove (P-core)
+ Skymont (E-core)
Raptor Lake
Raptor Cove (P-core)
+ Gracemont (E-core)
Date of IntroductionOctober 2024October 2023
ManufacturingTSMC N3B 3nmIntel 7 10nm
Core Count8 (P-Cores)
16 (E-Cores)
8 (P-Cores)
16 (E-Cores)
Thraed Count8 Thread
Total Core2432
Base Clock3.7GHz (P-Cores)
/ 3.2GHz (E-Cores)
3.2GHz (P-Cores)
/ 2.4GHz (E-Cores)
Boost Clock5.7GHz (P-Cores)
/ 4.6GHz (E-Cores)
6.0GHz (P-Cores)
/ 4.4GHz (E-Cores)
RAM Type / SpeedDDR5 / 6,400MHzDDR5 / 5,600MHz
L3 Cache36MB36MB
Integrated
Graphics
Intel Xe-LPGIntel UHD Graphics 770
Power
(TPD)
250 watts253 watts
SocketLGA1851LGA1700
Recommended Launch Price$589$589
สเปกของ Intel Core Ultra 9 285K เมื่อเทียบกับ Intel Core i9-14900K

ใน Intel Core Ultra 9 285K มีการเปลี่ยนสถาปัตยกรรมใหม่ เป็น Arrow Lake กับดีไซน์การวางชิปแบบ ชิปเล็ต (Chiplet) ที่วางชิป Compute Tile, SoC Tile, Graphics Tile และ I/O Tile ต่อกันเป็นแนวตั้ง ทาง Intel เรียกดีไซน์นี้ว่า Foveros 3D พร้อมเคลมว่าช่วยประหยัดพลังงานได้ 30% และทำให้ใช้กระบวนการผลิตที่แตกต่างกันในแต่ละ Tile ได้ เช่น Compute Tile ใช้ Intel 3 (3nm) ส่วน GPU Tile ใช้ TSMC N5 (5nm) เป็นต้น

นอกจากนี้นี่ยังเป็นซีพียูเดกส์ท็อป (Desktop) ​รุ่นแรกของ Intel ที่มี NPU สำหรับประมวลผล AI โดยเฉพาะ ซึ่งมีพลังประมวลผลที่ 13 TOPS เทียบเท่ากับซีพียูในตระกูล Meteor Lake (Core Ultra Series 1) บนโน้ตบุ๊ก เพียงพอกับการใช้งานฟีเจอร์ด้าน AI พื้นฐานบน Windows แต่จะมีบางส่วนถูกยกไปประมวลผลผ่าน Cloud ครับ เอาจริง ๆ คิดว่าน้อยไปนิดหากเทียบกับซีพียูโน้ตบุ๊กในตระกูล Lunar Lake (Core Ultra 200V) ที่มีพลังการประมวลผลที่ 45 TOPS ครับ

ด้านสถาปัตยกรรม Hybrid Core รุ่นใหม่อย่าง Lion Cove เร็วขึ้น +9% ต่อคอร์ และ Skymont เร็วขึ้น +32% โดยมีคอร์ใหญ่ (P – Performance) 8 Core และคอร์เล็ก (E – Efficiency) 16 Core ครับ มีคอร์เท่ากับรุ่นก่อนหน้า อย่าง Intel Core i9-14900K แต่สิ่งที่ถูกตัดออกไปคือ Hyper-Threading Technology หรือที่เรามักเรียกสั้น ๆ ว่า Thread ตามซีพียูตระกูล Lunar Lake หรือ Core Ultra Series 200V สำหรับโน้ตบุ๊กนั่นเอง ส่วนชิปกราฟิกก็จะเป็น Xe LPG 4 คอร์ แบบเดียวกับในซีพียูสถาปัตยกรรม Meteor Lake หรือ Core Ultra (Series 1) ที่มีประสิทธิภาพใกล้เคียงกับการ์ดจอเกมมิงตระกูล GeForce 10 Series

สำหรับ Base Clock Speed จะเริ่มต้นที่ 3.7GHz (P-Cores) และ 3.2GHz (E-Cores) ซึ่งสูงขึ้นกว่ารุ่นก่อนหน้า (14th Gen) อยู่พอสมควร แต่ความเร็วสูงสุด (Boost) จะน้อยกว่าอยู่ที่ 5.7GHz (P-Cores) และ 4.6GHz (E-Cores) ส่วน Socket ก็จะเปลี่ยนเป็น LGA1851 ครับ เอาจริง ๆ Intel ถือว่าเป็นค่ายที่เปลี่ยน Socket ค่อนข้างบ่อยมาก ๆ เฉลี่ยคือเปลี่ยนทุก 2-3 ปีครับ ต่างกับค่ายแดง AMD ที่กว่าจะเปลี่ยนทีก็ 4-5 ปีเลยล่ะครับ ส่วนราคาแนะนำขาย (ไม่นับกรณีที่พี่รับมาแพง)​ จะยังคงเท่าเดิมครับ

ทดสอบประสิทธิภาพ

ในส่วนของการทดสอบประสิทธิภาพเราก็ได้ทดสอบ Intel Core Ultra 9 285K ผ่านโปรแกรมทดสอบหลากหลายตัวตั้งแต่ Geekbench, Geekbench AI, CPU-Z, 3DMark, Cinebench 2024 ผลที่ได้ออกมาก็เป็นอย่างที่เห็นในตารางนี้เลย

[Review] Intel Core Ultra 9 285K เก่งเอไอ ความแรงพอตัว แต่ประหยัดไฟขึ้น ราคาเท่าเดิม

สเปกที่ใช้ทดสอบ

  • CPU: Intel Core Ultra 9 285K
  • iGPU: Intel Xe-LPG
  • RAM: Corsair DDR5 48GB
  • Motherboard: ASUS ROG MAXIMUS Z890 HERO
  • Cooling : ASUS ROG Ryujin III Extreme
  • SSD : WD Black SN850X 2TB
Single CoreMulti Core
Geekbench 6.4234517682
Cinebench 20241042046
CPU-Z 88518536
ผลทดสอบ Intel Core Ultra 9 285K

ผลทดสอบจาก Geekbench 6.4 ออกมาอยู่ที่ 2345 / 17682 คะแนน ส่วนการทดสอบด้วย Cinebench 2024 ก็ออกมาอยู่ที่ 104 / 2046 คะแนน สุดท้ายผลทดสอบจาก CPU-Z ผลออกมาอยู่ที่ 885 / 18536 ถือว่าแรงพอ ๆ กับรุ่นก่อนหน้า Intel Core i9-14900K เลยล่ะ (เทียบด้วย CPU-Z)

Single predictionHalf predictionQuantized
Geekbench AI 1.2.0
(OpenVINO NPU)
8325811311804
ผลทดสอบ Intel Core Ultra 9 285K ด้าน AI

ด้วยความที่ Intel Core Ultra 9 285K มี NPU มาด้วย เราเลยไปทดสอบกับ Geekbench AI กับ Framework OpenVINO เฉพาะส่วน NPU ผลลัพธ์ที่ได้ออกมาก็ตามที่เห็นในตารางด้านบน ถือว่าไม่ได้สูงมากนัก เพราะตามสเปกมีพลังการประมวลผลแค่ 13 TOPS เท่านั้นเอง ถ้าถามว่าแรงไหมก็ต้องบอกว่าไม่ค่อยแรงเท่าไรครับ ถ้าเทียบกับซีพียู Lunar Lake บนโน้ตบุ๊กที่บางรุ่นปาเข้าไป 40TOPS แต่ถึงอย่างนั้น ส่วนตัวคิดว่าก็เพียงพอกับการใช้ฟีเจอร์ทั่ว ๆ ไปที่ติดมากับ Windows เช่น Copilot หรือ Windows Studio Effects ที่ใช้เบลอฉากหลังอะไรพวกนี้ครับ

3DMark Score
Steel Nomad366
Steel Nomad Light1481
Time Spy2204
Port Royal 793
ผลทดสอบกราฟิก Intel Xe-LPG บน Intel Core Ultra 9 285K

ในด้านกราฟิก Intel Core Ultra 9 285K ที่มีการ์ดจอ Xe LPG มาให้ใช้ถือว่าพอใช้ได้อยู่นะ สามารถเล่นเกมออนไลน์โดยที่ไม่ต้องพึ่งการ์ดจอได้เลยนะ ซึ่งเรามีผลทดสอบมาให้ดูกันตามสเปกด้านล่างนี้เลย

GameAVG FPS
Dota 2 (High)59 FPS
Valorant (Lowest)263 FPS
Tomb Raider (Ultimate)21 FPS
GTA V (Very High)23 FPS
Marvel Rivals (Low)23 FPS
CPU Package Power (Max)196.71W
CPU Package Temperature ​(Max)83°C
ผลทดสอบการเล่นเกมด้วย Intel Core Ultra 9 285K

ผลทดสอบการเล่นเกมก็ออกมาอย่างที่เห็นเลยครับ ถ้าเล่นเกมออนไลน์แนวแข่งขัน (Competitive) เก่า ๆ หน่อย ก็เล่นได้สบาย ๆ เลย ยกตัวอย่าง Valorant ถ้าปรับต่ำสุดเล่นได้เฉลี่ย ๆ ที่ 200FPS เลย แต่ถ้าเป็นเกมที่ใหม่ขึ้นมาหน่อยอย่าง Marvel Rivals อันนี้ก็จะได้เฟรมลดลงมาค่อนข้างเยอะ (เพราะเกมมันเกินสเปกโหดเกิน) ถ้าจะเล่นมันก็พอได้โดยเปิด Intel XeSS แล้วลดความละเอียดลงเหลือประมาณ 60-70% ก็จะได้เฟรมสูงขึ้นมาประมาณ 50FPS ในส่วนของเกมอื่น ๆ ที่ได้ลองเล่นอย่าง GTA V, Tomb Raider พวกนี้ถ้าปรับกลาง ๆ ก็จะเล่นได้ระดับ 60FPS เลยล่ะครับ (แต่ยังไงถ้าใส่การ์ดจอก็จะเล่นได้ดีกว่านะ)​ ส่วนอัตราการกินไฟสูงสุดจากการทดสอบทุกรายการอยู่ที่ 196.71 วัตต์ ถือว่าค่อนข้างประหยัดไฟเลยล่ะ จากที่ได้ลอง Intel Core i9-14900K เวลาทำงานเต็มที่กินไฟเกิน 250 วัตต์​ ขึ้นไปแน่นอน

ราคาและความคุ้มค่า

[Review] Intel Core Ultra 9 285K เก่งเอไอ ความแรงพอตัว แต่ประหยัดไฟขึ้น ราคาเท่าเดิม

สำหรับราคาแนะนำตอนเปิดตัวของ Intel Core Ultra 9 285K อยู่ที่ 589 เหรียญสหรัฐ เท่ากับราคาของ Intel Core i9-14900K ตอนเปิดตัวครับ ราคาเท่าเดิมเลย ซึ่งถ้าเทียบเรื่องประสิทธิภาพดิบแบบเพียว ๆ คิดว่า Intel Core i9-14900K ยังถือว่าเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจอยู่ แต่ถ้ามองเรื่องประสิทธิภาพด้าน AI รวมถึงการประหยัดไฟ Core Ultra 9 285K ก็เป็นตัวเลือกที่ดีเลยล่ะ ยกตัวอย่าง กรณีที่เราจะอัปเกรดมาเป็น Intel Core Ultra 9 285K + RTX 5090 แต่ไม่อยากจะเปลี่ยนเพาเวอร์ซัปพลาย อันนี้ก็ทำได้เหมือนกัน เพราะตัวซีพียูกินไฟน้อย ในขณะที่ตัว RTX 5090 กินไฟเยอะขึ้น